การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง เพื่อส่งเสริมทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรี สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา
คำสำคัญ:
ทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรี, ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง, รูปแบบการจัดการเรียนรู้, นักศึกษาครูดนตรีบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้ ด้วยตนเองเพื่อส่งเสริมทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรี สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา และ 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบดังกล่าว การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพก่อน การทดลอง โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 5 คน ได้แก่ อาจารย์ผู้สอนรายวิชานวัตกรรม 2 คน และอาจารย์นิเทศ/ครูพี่เลี้ยง 3 คน เพื่อค้นหาความหมาย สาเหตุ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรี แล้วนำผลมาพัฒนาเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน เรียกว่า CREATE Model (Connect–Reflect–Explore–Apply–Transform–Evaluate) และแบบประเมินทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรี ชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 28 ข้อ ครอบคลุม 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การคิดอย่างสร้างสรรค์ทางดนตรี การทำงานร่วมกับบุคคลอื่นอย่างสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ให้สำเร็จ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลก่อนทดลอง หลังทดลอง และติดตามผล 3 สัปดาห์ (One-Group Pretest-Posttest with Follow-up Design) กับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี จำนวน 20 คน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง ใช้เวลาจัดกิจกรรม 6 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความแปรปรวนแบบวัดซ้ำทางเดียว (One-Way Repeated Measures ANOVA) ร่วมกับการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ภายหลังการทดลองเพื่อสนับสนุนผลเชิงปริมาณ ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรีของนักศึกษาในภาพรวมหลังการทดลอง (
X ̅ = 120.45, SD = 1.85) และระยะติดตามผล (X ̅ = 120.55, SD = 2.28) สูงกว่าก่อนการทดลอง (
X ̅ = 79.40, SD = 2.62) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 [F(1.43, 27.25) = 2,896.02, p < .001, partial η² = .993] และเมื่อพิจารณารายองค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน พบรูปแบบการเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกัน คือ คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการทดลองและคงระดับไว้ได้ในระยะติดตามผล ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพสนับสนุนให้เห็นว่านักศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความคิด พฤติกรรม และความรู้สึก อันเป็นผลจากการได้ลงมือปฏิบัติจริง การได้รับข้อมูลสะท้อนกลับอย่างต่อเนื่อง และบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีความปลอดภัยทางจิตใจ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรมดนตรีของนักศึกษาครูดนตรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาต่อไป
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

