การแก้ปัญหาการจำลำดับขีดลายสือศิลป์วัฒนธรรมจีนด้วยเทคนิคการจำเชิงรุก ผ่านสื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะในพุทธศิลป์สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2 สำหรับสามเณรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
คำสำคัญ:
ลำดับขีดลายสือศิลป์วัฒนธรรมจีน, การจำเชิงรุก, สื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะ, พุทธศิลป์ สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการจําลําดับขีดลายสือศิลป์วัฒนธรรมจีนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยเทคนิคการจำเชิงรุกผ่านสื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะในพุทธศิลป์สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้การจำลำดับขีดลายสือศิลป์วัฒนธรรมจีนด้วยเทคนิคการจำเชิงรุกผ่านสื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะในพุทธศิลป์สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ สามเณรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย ห้องเรียนวัดเล่งเน่ยยี่2 สามเณรนักเรียนทั้งหมด 27 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ วัฒนธรรมจีนในพุทธศิลป์สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2 บนจอสัมผัสอัจฉริยะ, แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t – test dependent) ผลการศึกษาพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการจําลําดับขีดลายสือศิลป์วัฒนธรรมจีน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หลังได้รับการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการจำเชิงรุกผ่านสื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะในพุทธศิลป์สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของสามเณรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการจำเชิงรุกผ่านสื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะในพุทธศิลป์สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก (M = 4.48, SD = 0.12)
คำสำคัญ : ลำดับขีดลายสือศิลป์วัฒนธรรมจีน, การจำเชิงรุก, สื่อมัลติมีเดียบนจอสัมผัสอัจฉริยะ, พุทธศิลป์ สถาปัตย์วัดเล่งเน่ยยี่2
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552–2559 (2553)) แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง, (น.39). กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์, (2561) การพัฒนารูปแบบการศึกษาชั้นเรียนแบบเรียนรู้ร่วมกันที่ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาครู, (น. 484). กำแพงเพชร: วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ราชภัฏกําแพงเพชร
คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์, (2551) อนุสรณ์มโภชเปิดวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์, (น.14-15). กรุงเทพฯ: บริษัท คอมม่าดีไซน์แอนด์พริ้นท์ จํากัด
กระทรวงศึกษาธิการ (2551) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
สหัสวรรษ สุวรรณไตรย์ และคณะ (2567) การพัฒนาทักษะการเขียนอักษรจีนตามลำดับขีด โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนตัวอักษรจีน, ร้อยเอ็ด: วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด
Chen Tingyou. (2003) Chinese Calligraphy. Wuzhou Communication Publishing House, 12-13.
Boakye, A. A., Essel, H. B., Appiah, E., & Anane-Antwi, E. (2024). Effectiveness Of Interactive Multimedia-Based Learning in Teaching Art History as A Component of General Knowledge in Art for Senior High School Students. Journal of the University of Science and Technology, 42(2), 140–156.
Jegou, J. (2017). Comment mémoriser les caractères chinois de manière efficace. 37.
Burrows, G. (2006). Ubiquitous Interactive Art Displays: Are they wanted, are they intuitive? Department of Information Science University of Otago. 6.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

